อาคาร 4 โรงเรียนลูกบาศก์ ช่วงฤดูร้อนก่อนปิดเทอมใหญ่

เวลา 14.40 น.

ชายหนุ่มผมสั้นเหมือนทิดสึกใหม่สวมแว่น ดูอายุแล้วน่าจะราวๆเบญจเพสกำลังเตรียมสิ่งของลงใส่กล่องอยู่ ในห้องเตรียมการสอน

"ฝึกสอนครั้งแรกนี่ไม่รู้ว่าจะสอนได้เป็นไงบ้างน้า~"

ผมคิดในใจไปพลางจัดของในกล่องใบนั้นไป หวังว่าผมจะเข้ากับนักเรียนและครูท่านอื่นๆได้ดี และขออย่าให้เกิดสิ่งที่ผมกลัวในเรื่องการสอนเลยนะ ยังไงผมก็จะทำให้ดีที่สุดล่ะนะ

เมื่อจัดของในกล่องนั้นเสร็จ ผมก็ออกมายืนชมวิวอยู่ที่ระเบียงโดยติดกล่องเมื่อกี้มาด้วย สายลมเอื่อยๆจากทะเลบางขุนเทียนพัดผ่านผมไป ตอนนี้เองผมก็ทำจิตให้นิ่ง และมีสมาธิสำหรับการฝึกสอนครั้งแรก

เวลา 15.10 น.

กริ๊งงงงงงงง~

อ๊ะ ได้เวลาสอนคาบแรกของที่นี่แล้ว ผมเข้าไปดีกว่า

พลั่ก!!!

สงสัยผมจะยังตื่นเต้นอยู่เลยเดินไม่ดูตาม้าตาเรือไปหน่อย

"ขอโทษนะครับ" ผมขอโทษชายที่ผมเพิ่งเดินชนทันที แล้วรีบกุลีกุจอช่วยเก็บเอกสารของเขาที่หล่นไป เขาดูเตี้ยกว่าผมนิดหน่อย ผิวคล้ำ ผมยุ่งๆ

สีหน้าเขาดูนิ่งขรึมอยู่ แว่บนึงผมเห็นว่าหน้าเขาแดงด้วย ผมคิดว่าคงไม่ถือสาผมที่เดินชนเมื่อกี้หรอกนะ

"เอ คุณครูคนใหม่ที่มาสอนธรณีวิทยากับดาราศาสตร์ใช่ไหมครับ??" ชายร่างคล้ำถามผม

"ใช่ครับ" ผมตอบเขาไป พลางรู้สึกว่ามีรังสีอะไรสักอย่างพุ่งมาที่ตัวผมจากในห้องเรียน ผมน่าจะคิดไปเอง

"ผมคงแนะนำได้แค่ ทำให้ดีที่สุดนะครับ" เขากล่าวพลางตบบ่าผมแล้วเดินออกไป

"ขอบคุณนะครับ" ผมพูดคล้อยหลังครูหนุ่มที่ผมเดินชนไป

 

หันสายตากลับมาที่ห้องเรียน  ห้อง ม.4/1 นี้มีนักเรียน 24 คนน้อยกว่าห้องเรียนที่เขาอยู่ตอนมัธยมมากที่อยู่กันเยอะถึงเกือบ 60 คน

"สวัสดีครับ นักเรียนทุกคน"

"สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะคุณครู"

นักเรียนทุกคนในห้องทำความเคารพตัวผม นั่นทำให้ผมรู้สึกใจชื้นขึ้น เมื่อความเงียบเริ่มปกคลุม ผมวางกล่องที่ติดตัวมาบนโต๊ะแล้วแนะนำตัวทันที

"ผมชื่อ เอกภพ สุริยวงศ์ หรือนักเรียนจะเรียกผมว่าครูเอิร์ทก็ได้นะครับ คาบนี้ครูจะมาฝึกสอนก่อน ถ้าครูได้บรรจุที่นี่เมื่อไหร่ก็คงได้สอนพวกเราในเทอมหน้า ซึ่งพวกเราก็ขึ้น ม.5 แล้วล่ะ เอ้อ วิชาที่ครูสอน คือ "โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ" ครับ ก็เกี่ยวกับการศึกษาโลก แผ่นดิน มหาสมุทร บรรยากาศ ดวงดาวบนท้องฟ้า และเทคโนโลยีอวกาศน่ะครับ"

เหล่านักเรียนก็เริ่มส่งเสียงฮือฮาอื้ออึงเพราะทราบว่ารุ่นพี่ของพวกเขาไม่ได้เรียนวิชาที่ครูเอิร์ทจะสอน ผมเหลือบเห็นเด็กหนุ่มหน้าหวานใส่แว่น ผมข้างหน้าไขว้กันดูเป็นเอกลักษณ์กำลังทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ดูเหมือนออกจะประหลาดใจเรื่องวิชาใหม่ที่ผมจะมาสอนในแง่ไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่ พอสายตาผมปะทะสายตากับพ่อหนุ่มน้อยคนนี้เข้า ผมว่าเขาไม่น่าจะเป็นฝ่ายถามผมก่อน เลยต้องเปิดโอกาสให้เขาถามซะหน่อย 

"พ่อหนุ่มที่นั่งอยู่กลางห้องคงมีข้อสงสัยเรื่องวิชานี้สินะครับ ถามมาได้เลย และแนะนำตัวหน่อยนะครับ"

เด็กหนุ่มที่ผมมองเมื่อกี้นี้สะดุ้งตัวเล็กน้อยก่อนลุกขึ้นแนะนำตัว "ผมชื่ออดิศร แซ่ลี้ครับ ผมอยากรู้ว่าวิชาที่จะสอนนี้ ครูเอิร์ทสอนเฉพาะสายวิทย์หรือเปล่าครับ??" อืม ตอนอดิศรถามนี่เขาไม่มองผมเลย แต่ก็ผมก็ไม่ว่าอะไรนะ

"สำหรับคำถามของอดิศร ครูจะสอนวิชานี้ทั้งสายวิทย์และสายศิลป์ ตลอด ม.5 สำหรับสายวิทย์เป็นวิชาบังคับ ส่วนสายศิลป์เป็นวิชาเลือกครับ โดยเทอมแรกจะเป็นเรื่องโลก ส่วนเทอมหลังเป็นดาราศาสตร์และอวกาศครับ"

"ครับผม ขอบคุณครับ"  อดิศรนั่งลงไป เหมือนผมจะเห็นเขาทำหน้าบุ่ยๆแวบนึงก่อนปรับสีหน้าเป็นเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว ผมคิดว่าอดิศรคงน่าจะอยู่สายศิลป์เลยไม่อยากเจอวิชานี้ล่ะมั้ง เห็นเขานั่งจดบันทึกอะไรสักอย่างด้วย

"เอาล่ะ ไหนๆพูดถึงวิชานี้แล้ว ทีมีวิชานี้ขึ้นมา ก็เพื่อให้พวกเราได้เข้าใจถึงธรรมชาติของโลกและดวงดาวต่างๆ ซึ่งบางทีมันก็มีทั้งใกล้ตัวจนเราคาดไม่ถึง หรือไกลตัวจนเราอาจมองไม่เห็นความสำคัญของมันก็ได้นะ"

จากนั้นผมก็เปิดกล่องที่ผมเตรียมไว้แต่แรก เอาบีกเกอร์บรรจุน้ำไว้บนโต๊ะ และส่งหินสีขาวขุ่นมีรูพรุนเยอะแจกให้นักเรียนได้ดูแล้วส่งต่อกันแถวละก้อน

(รูปหินพัมมิส (Pumice Rock) โดย Hannes Grobe จาก Wikipedia)

"ทุกคนครับ หินก้อนนี้เป็นตัวอย่างหินชนิดหนึ่ง ซึ่งครูมีตัวอย่างรวม 6 ก้อนช่วยส่งต่อให้เพื่อนได้ดูกันทั่วๆ ด้วยนะครับ เอ้อ อย่าเอาไปขูดหาหวยเน้อ ลองดูและคิดละกันนะครับว่าหินแต่ละก้อนนี้จะลอยน้ำ และตั้งอยู่บนม้วนแบงค์ดอลล่าร์ใบนี้ได้หรือไม่เก็บไว้ในใจนะครับ" ผมพูดพลางม้วนแบงค์ดอลล่าร์ใบนึงแล้วใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ

เมื่อแต่ละคนได้ดูหิน ลองคลำๆดู ก็ทำหน้าครุ่นคิดในแบบฉบับของแต่ละคน ผมเองก็ได้ยินเสียงแว่วๆว่า "เบากว่าที่คิดแฮะ" "หินแบบนี้คุ้นๆน้า" หรือ "เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนสักที่แหละ" เป็นต้น ซึ่งผมก็ปล่อยให้นักเรียนได้คิดหรือจินตนาการไปจนถึงเวลา 15.35 น.

"เอาล่ะ ตอนนี้มีใครจะเป็นอาสาสมัครทดลองเรื่องนี้บ้างครับ?? เนื่องจากครูเข้ามาฝึกสอนครั้งแรก ยังไงก็ขอให้นักเรียนที่จะทดลองช่วยแนะนำตัวนะครับ"

ทั้งห้องเข้าสู่ภาวะเงียบกริบอีกครั้ง ชั่วขณะหนึ่งผมก็เห็นเด็กสาวหน้าหมวย ไว้ผมทรงเห็ดหันมองเพื่อนๆรอบห้อง  เมื่อเห็นว่ายังไม่มีเพื่อนคนไหนยกมือขออาสาสมัครทดลอง เธอจึงค่อยๆยกมือขึ้น

"เชิญครับ"

"ติน กันตา ไตรังคะค่ะ"

"กันตาช่วยมาสาธิตให้เพื่อนดูหน่อยนะ แล้วเดี๋ยวครูขอเก็บตัวอย่างหินคืนด้วยนะครับ"

ผมเก็บตัวอย่างหินจากแต่ละแถวที่เหลือ 5 ก้อนแล้ว (อีกก้อนอยู่กับติน) ขณะที่กำลังจะเก็บลงกล่อง ตินก็พูดขึ้นมา

"ครูเอิร์ทคะ ตินขอลองทั้งหกก้อนได้ไหมคะ"

ผมพยักหน้าไป พลางคิดในใจ นักเรียนคนนี้ก็มีแนวการทดสอบตัวอย่างใช้ได้เลย (กรณีการตรวจสอบกลุ่มตัวอย่าง ยิ่งตัวอย่างเยอะยิ่งดีครับ)

ระหว่างที่ตินสาธิตหินแต่ละก้อนหน้าห้อง ก็พูดให้เพื่อนฟังไปด้วย โดยเริ่มจากตั้งหินบนแบงค์ดอลล่าร์ก่อน เพราะถ้าทดลองเรื่องหินลอยน้ำหรือไม่ก่อน หินจะเปียก แล้วทำให้แบงก์ของครูเอิร์ทเปียกได้

"เดี๋ยวเราลองม้วนแบงก์ตั้งไว้อย่างนี้ แล้วค่อยวางหินแต่ละก้อนนะ"

(รูปหินพัมมิสตั้งบนม้วนแบงก์ 20 ดอลล่าร์ ภาพโดย Robert Duhamel จาก Wikipedia) 

"หินก้อนนี้ตั้งได้ ที่เหลือก็เล็กพอๆกันน่าจะตั้งได้แหละ ลองดูเลยนะ"

ตินลองวางหินทั้งห้าที่เหลือดูก็พบว่าทุกก้อนตั้งบนแบงก์ดอลล่าร์ได้

"สรุปว่าหินชนิดนี้ตั้งบนม้วนแบงก์ได้ งั้นเดี๋ยวเรามาลองว่าหินชนิดนี้จะลอยหรือจมน้ำกันต่อนะ"

ตินคืนแบงก์ใบนั้นกับผมแล้วเอาหินแต่ละก้อนใส่บีกเกอร์ที่มีน้ำอยู่ข้างใน

(รูปหินพัมมิสกำลังลอยน้ำ Credit : gc.maricopa.edu/earthsci)

"ทีนี้ก็สรุปได้ว่าหินแบบนี้ลอยน้ำได้ค่ะ"

"ขอบคุณกันตาที่ขออาสาสมัครมาทดลองเรื่องหินนี้นะครับ" ครูเอิร์ทกล่าวพร้อมยิ้มให้ติน ซึ่งตินก็ยิ้มตอบแล้วกลับไปยังที่นั่งตนเอง

"ครูขอพูดเพิ่มเติมคร่าวๆนิดนึง หินชนิดนี้คือ "หินพัมมิส (Pumice Rock)"  เท่าที่แต่ละคนลองสัมผัสดูจะทราบได้เลยว่าหินแบบนี้เบาผิดปกติต่างจากหินทั่วไป เพราะหินมีรูพรุนมาก เกิดจากการเย็นตัวของลาวาอย่างฉับพลันเมื่อสัมผัสกับน้ำหรืออากาศ ซึ่งฟองอากาศในลาวาก็กลายเป็นรูพรุนนี้ หินพัมมิสนี้พวกคนเลี้ยงปลาในตู้ปลานิยมใช้เป็นตัวกรองช่วยย่อยสลายของเสียในตู้ปลา เพราะแบคทีเรียที่อาศัยตามรูพรุนจะช่วยย่อยสลายของเสีย ถ้าจะใช้พัมมิสในตู้ปลา ห้ามเอาตากแดดนะ เดี๋ยวแบคทีเรียตายเกลี้ยงกันพอดี นอกจากนี้ยังใช้ทำคอนกรีต หรือที่บ้านครูนำมาขัดเท้า ซึ่งขัดเอาเซลล์ผิวหนังที่เสียแล้วออกไป ครูขอพูดถึงประโยชน์ของมันเท่านี้ก่อนดีกว่านะ"

(การใช้พัมมิสปูพื้นตู้ปลา โดย Bankie จากกระทู้ในบอร์ด aqua.c1ub.net)

"ตอนนี้ครูขอถามนักเรียนนิดนึง ในห้องนี้มีใครเป็นคนเหนือบ้าง ยกมือหน่อยครับ"

มีนักเรียน 3 คนที่ยกมือ คนแรกอยู่ทางซ้ายมือของครูเอิร์ท เป็นเด็กหนุ่มที่ดูเซอร์ๆ มาดนิ่ง ดูอบอุ่นๆหน่อย คนที่สองอยู่ข้างหลังถัดจากเด็กหนุ่มที่ยกมือคนแรก เป็นเด็กสาวค่อนข้างผอม รวบผมไว้ข้างหลัง ดูท่าว่าเสื้อเธอจะชุ่มเหงื่อไปเรียบร้อยแล้ว และคนสุดท้ายอยู่ทางขวาหลังสุด เมื่อผมมองไปก็คิดในใจว่า "นี่นักเรียนคนนี้ออกมาจากหนังสือวรรณคดีเรื่องไหนมาหรือเปล่านี่" เพราะดูเรียบร้อยและนิ่งสงบมาก

"ขอบคุณครับ เอามือลงก่อนนะ มีใครเคยได้ยินหรือเคยเห็น "ดาวหมูกอง" บ้างไหมครับ??" ผมถามทั้งสามคนไป

"หนูค่ะ" มีเพียงเด็กสาวคนที่ดูเหมือนนางในวรรณคดียกมือขึ้นตอบ "ช่วยแนะนำตัวด้วยครับ" ผมยิ้มพลางตอบเธอ

"หนูชื่อราตริมณิ จิตพิสุทธิ์ค่ะ หนูพอจำได้ว่าพวกพรานมักพูดถึงดาวหมูกองนี้ตอนออกล่าหมู หรือที่แซวๆกันว่า "หมูกองดาวตก ส่วนคนก็กองหมูอีกที" และเคยเห็นเป็นดาวสุกสว่างสีเหลืองใกล้ขอบฟ้าหลังอาทิตย์ตกดินค่ะ" ระหว่างที่ราตริมณิตอบผมลองสังเกตสีหน้าของเธอดู ซึ่งผมคิดว่าเป็นนักเรียนที่ผมดูอารมณ์จากสีหน้าได้ยากคนหนึ่งเลยนะ

"ครูขอบคุณแม่ญิงราตริมณิที่อู้ถึง "ดาวหมูกอง" นะคับ" ผมลองขอบคุณราตรีมณีเป็นภาษาเหนือดูดีกว่า ถึงแม้จะร้างลาไปนานบ้าง เพื่อผูกมิตรกับนักเรียนดูล่ะนะ ผมเห็นราตริมณิชะงักไปครู่หนึ่งก่อนนั่งลง ตาผมอาจจะฝาดอีกแล้ว ตายิ่งไม่ดีๆอยู่ด้วย

"ครูขอเพิ่มเติมเรื่อง "ดาวหมูกอง" เล็กน้อยนะครับ ดาวดวงนี้คือ "ดาวศุกร์" เฉพาะตอนที่ปรากฏหลังดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้า ที่คนภาคกลางเรียก "ดาวประจำเมือง" ซึ่งคำว่า"กอง" นี้ ภาษาเหนือแปลว่าคอย เพราะหมูจะคอยให้ดาวศุกร์ตกลับขอบฟ้าก่อนจึงจะออกหากิน ซึ่งพรานชาวเหนือจะใช้ดาวดวงนี้เป็นหมายไว้ออกล่าหมู จนเกิดคำแซวอย่างที่ราตริมณิว่าไว้แหละครับ"

 

(ดาวศุกร์ขณะปรากฏเคียงข้างดวงจันทร์หลังดวงอาทิตย์ตก ภาพถ่ายโดย Dan Bush จากลิงค์นี้ครับ)

"ทั้งเรื่อง "ดาวหมูกอง" และหินพัมมิสนี่นักเรียน Get กันไหมครับ"

นักเรียน ม.4/1 แต่ละคนพยักหน้าหรือแสดงท่าทางเข้าใจ แต่มีบางคนที่ผมสังเกตสีหน้าคิดว่าอาจยังไม่เข้าใจหรือข้อสงสัยอยู่ ซึ่งผมเองจะยังไม่ถามเขาหรือเธอเพื่อตรวจสอบว่าเข้าใจหรือยังในห้องตอนนี้ เพราะดูเหมือนจะเป็นการหักหน้าเกินไป ในคาบฝึกสอนผมจึงปล่อยไปก่อนดีกว่า

"เดี๋ยวขอครูดูเวลาแปปนึงนะครับทุกคน" 

ผมก้มมองดูนาฬิกาข้อมือ แต่ก็ไม่พบอุปกรณ์ดิจิตอลที่ผมหาอยู่ สงสัยผมลืมไว้ที่บ้านสวนแน่ๆ แต่ปัญหาย่อมมีทางแก้ ผมหยิบโทรศัพท์มือถือโทรไปเบอร์ 181 ซึ่งผมก็เผลอไปโดนปุ่มๆหนึ่ง

"สัญญาณต่อไปนี้เป็นเวลาสิบห้านาฬิกา ห้าสิบนาที สิบห้าวินาที ตื้ด~"

ตายล่ะ ผมไปเผลอโดนปุ่มเปิดลำโพงมือถือเอาแน่ๆ ผมรีบปิดเสียงพลางมองไปเข้าหากระดานเพื่อซ่อนความอาย ที่ผมเองก็รู้สึกว่าหน้ามันร้อนโดยฉับพลันแฮะ ผมได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักด้วยล่ะ ถึงอายยังไงก็ต้องแก้สถานการณ์ให้เร็วที่สุด ผมจึงสูดลมหายใจลึกๆแล้วปล่อยออกมา ฮึบ หายอายแล้ว!!

ผมหันหน้ากลับมาหานักเรียนอีกครั้ง เหลือเวลาราว 10 นาที ถามข้อสงสัยของนักเรียนต่อวิชานี้ดีกว่า

"ตอนนี้มีเวลาเหลือราวสิบนาที ใครมีอะไรสงสัยเรื่องรายวิชาที่ครูสอนก็ยกมือถามและแนะนำตัวด้วยครับ"

"หนูขอถามนิดนึงค่ะ" เด็กสาวยกมือขึ้นถาม ดูช่วงแขนล่ำกว่าเด็กสาวคนอื่นๆ ผูกโบว์สีฟ้า ไว้ผมหน้าม้าปรกลงมาจนผมมองไม่เห็นคิ้วเธอเลย สงสัยเพราะเธอมีที่นั่งซะทางซ้ายหลังสุดเลยห่างจากผมไปเยอะ ซึ่งผมพยักหน้าให้เธอลุกขึ้นถามได้

"หนูชื่อ ศศิธร นภาพิทักษ์ ค่ะ หนูสงสัยว่าวิชาที่ครูเอิร์ทจะสอนนี่เปิดเฉพาะ ม.5 อย่างเดียวเหรอคะ แล้วถ้าพี่ๆน้องๆนักเรียนสนใจวิชานี้จะมาร่วมด้วยได้ไหมคะ"

ที่จริงผมเองก็อยากสอนทุกระดับชั้นนะ แต่ผมคนเดียวคงไม่ไหวแหละ

"คือวิชานี้เปิดสอนเฉพาะ ม.5 ครับ แต่ถ้านักเรียน ม.4 หรือ ม.6 สนใจก็สามารถร่วมได้ เอ้อ ครูลืมบอกไปเลยว่ามีภาคปฏิบัติด้วยนะ ครูจะพาพวกเราออกภาคสนามไปขุดหิน ตั้งกล้องดูดาว ไปดูฟอสซิลในพิพิธภัณฑ์ หรือไปนอนหลับ เอ๊ย!!! ไปท้องฟ้าจำลองน่ะ ซึ่งถ้านักเรียนระดับชั้นอื่นสนใจก็ให้มีครูท่านอื่นรับรองว่าจะไม่ก้าวก่ายเวลากับวิชาอื่นๆ หรือทำเรื่องขอมาก็ได้ครับ"

"ขอบคุณค่ะ หนูหวังว่าจะได้ร่วมทริปดูดาวกับครูเอิร์ทในเทอมหน้านะคะ" ผมหวังว่าเธอคงจะพูดจากใจจริงนะ

"เช่นกันครับ ครูเองอยากออกทริปไปกับนักเรียนห้องนี้ทุกคนเลยล่ะครับ ถ้าหากมีคำถามอะไรมาถามครูที่ห้องพักครูได้เลยนะครับ"

กริ๊งงงงงง~

เสียงกริ่งบอกหมดเวลาดังขึ้น ผมเองก็เห็นว่าวันนี้นักเรียนก็เรียนมาทั้งวันแล้ว คงอยากพักผ่อนบ้าง จึงปล่อยนักเรียนได้

"ขอบคุณค่ะ/ครับ" ว่าแล้วนักเรียนแต่ละคนก็กรูออกจากห้อง แต่ละคนมีอัตราเร็วต่างกันไป บางคนก็เร็วอย่างน่าทึ่ง บางคนก็ยังเก็บข้าวของในลิ้นชักโต๊ะเรียน บางคนก็คุยกันเรื่องสัพเพเหระ

"ขอบคุณนักเรียนทุกคนเช่นกันนะครับ" กล่าวเสร็จ ผมเก็บหินพัมมิส บีกเกอร์บรรจุน้ำในกล่องเหมือนเดิม แล้วมองไปยังห้องเรียนที่ยังมีนักเรียนหลงเหลืออยู่บ้าง พูดเบาๆกับตัวเองว่า

"หวังว่าเทอมหน้า คงได้เจอกันอีกนะนักเรียนทุกคน"

ผมว่าเป็นครูนี่ก็สนุกไปอีกแบบนะ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

นักเรียนที่มีบท

โก๋,ติน,ตรี,โบ,ตรอง,ตะวัน

ที่มาของข้อมูล

- หินพัมมิส ใน wikipedia ยังไม่มีแปลภาษาไทย และส่วนใหญ่ผมค้นจาก google ด้วยคำว่า "หินพัมมิส" ก็มักพบเจอกับบอร์ดด้านการเลี้ยงปลาที่ใช้หินพัมมิสเรื่องตู้ปลา ผมจึงเอามาเฉพาะประโยชน์ใช้สอยก่อนนะครับ

- ดาวหมูกอง ได้ข้อมูลจากที่นี่ครับ

จากหนุ่มแดจอน

db2 นี้นับเป็นฟิคที่ผมแต่งจบตอนเป็นตอนแรกในชีวิตผมเลย โดยใช้เวลาแต่ง 2 วัน(อาจดูเผาไป เพราะผมเองก็เกรงว่าจะไม่ทัน) ถ้าทาง ผอ หรือ ผปค มีความเห็นอย่างไร ผมยินดีและพร้อมรับฟังเพื่อปรับปรุงแก้ไขตัวเองต่อไปครับ

ขอบคุณครับ

แก้ไขครั้งที่ 1 ลักษณะคำพูดกับการแนะนำตัวเองของติน และลักษณะภายนอกของโบ (06/04/53)

แก้ไขครั้งที่ 2 ลักษณะคำพูดของติน และชื่อจริงของตรี (06/04/53)

แก้ไขครั้งที่ 3 เปลี่ยนนักเรียนที่ถามครูเอิร์ทจากรุจเป็นโก๋ เพราะโก๋อยู่สายศิลป์ และเกลียดวิชาวิทย์ไม่ว่าจะเป็นท่องจำและคำนวณครับ (13/04/53)

แก้ไขครั้งที่ 4 ปรับตรงที่แต่เดิมโก๋เป็นคนถามครูเอิร์ทเลย เป็นครูเอิร์ทสังเกตเห็นโก๋มีข้อสงสัยแต่ไม่กล้าถาม เลยเปิดโอกาสให้ถาม โดยการเรียกขึ้นมาครับ (14/04/53)

แก้ไขครั้งที่ 5 ระบุว่าวิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ สำหรับสายวิทย์เป็นวิชาบังคับ ส่วนสายศิลป์เป็นวิชาเลือกครับ (25/04/53)

แก้ไขครั้งที่ 6 แก้ตรงการบรรยายทรงผมของตะวัน และลบวงเล็บส่วนที่บอกว่าเป็นใคร (21/05/53)

Comment

Comment:

Tweet

wink wink wink wink wink wink wink wink wink wink wink

#11 By (1.47.16.64|1.47.16.64) on 2015-03-23 16:23

ดี

#10 By (106.0.210.183|106.0.210.183) on 2015-01-23 12:13

เป็นเอนทรีทดลองสอนที่ให้ความรู้ยอดเยี่ยม และละเอียด แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของคนเขียนมากๆเลยค่ะ แต่มีจุดที่ติดใจอยู่นิดเดียวคือ

- ตะวันรวบผมธรรมดานี่คะ... ไม่ได้ไว้ผมเปียนี่นา

- ตรงที่บรรยายถึงนักเรียน แนะนำว่าลบวงเล็บข้างหลังที่บอกว่าเป็นใครออกไปเลยค่ะ ถ้าบรรยายดีๆ คนอ่านจะรู้ได้เองค่ะว่าเป็นใคร

ที่เหลือโอเคค่ะ ในส่วนนี้ให้ผ่านค่ะ

#9 By irindel on 2010-05-21 02:52

เท่าที่อ่านดูนะครับ

โก๋น่าจะสะดุ้งตอนที่โดนเรียก เพราะว่าเป็นเด็กที่พื้นฐานในการเข้าหาครูต่ำมาก แต่ว่าไม่เขียนถึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนะครับ
ค่อนข้างตรงแล้ว ไม่มีปัญหาครับbig smile

เป็นกำลังใจให้นะครับ

#8 By !~แมวเมะ~!_Eroi*2 on 2010-04-14 00:53

อ่านจนจบแล้วนะคะ
เป็นการทดลองสอนที่ได้ความรู้ดีค่ะbig smile
อ่านแล้วได้รับความรู้ใหม่ๆ เพิ่มเติมจากศาสตร์เดิมที่เคยรู้
ขอบคุณมากค่ะ

แล้วยังมีการหาข้อมูลมารองรับ
แสดงถึงความตั้งใจในการให้ความรู้มากค่ะ
ชื่นชม จากใจเลยค่ะbig smile

หลังจากที่อ่านแล้วทำให้เห็นภาพครูเอิร์ทชัดเจนขึ้นมาก
จากในตอนแรกที่คิดว่า จะมาแนว นิ่งขรึม มาก
แต่มาแบบพอประมาณ แบบนี้ก็ดูน่ารักดีค่ะ

ส่วนที่เหลือก็รอ
ผู้ปกครองของตัวละครที่เลือกมาใช้ มาติชมนะคะ
เป็นกำลังใจให้นะคะ
สวัสดีค่ะ
surprised smile

#7 By elites on 2010-04-11 02:53

ตอบ #4,#5

แก้ลักษณะคำพูดของติน และชื่อจริงของตรีแล้วครับ ขอบคุณครับ
ตรีชื่อ ราตริมณิค่ะ ไม่ใช่ราตรีมณี


แต่คาแรกเตอร์โอเคแล้วล่ะค่ะ big smile

#5 By S-SMILE on 2010-04-06 17:06

โอเคเลยค่ะ confused smile
แต่ขอแก้ประโยคนี้นิดนึง
"หินก้อนแรกตั้งได้ หินที่เหลือก็เล็กพอๆกัน น่าจะตั้งได้แหละ เรามาดูกันต่อดีกว่า"

เป็น

"หินก้อนนี้ตั้งได้ ที่เหลือก็เล็กพอๆกันน่าจะตั้งได้แหละ ลองดูเลยนะ"

น่าจะดีกว่า

ที่เหลือเราไม่มีปัญหาอะไรละค่ะ
รอคนอื่นมาต่อเน่อ โชคดีค่ะ cry

#4 By mhaimaiimai on 2010-04-06 12:01

ตอบ #1,#2

สวัสดีครับ ผปค. ตินและผปค. โบconfused smile

ขอบคุณสำหรับข้อเสนอแนะมากๆเลยครับ ซึ่งผมแก้ส่วนที่เสนอมาแล้ว แต่ถ้ายังมีข้อบกพร่องอยู่ ก็เสนอมาได้อีกนะครับbig smile
big smile
ตอนที่ตินจะยกมือขึ้นน่ะค่ะ
อาจจะไม่ได้ยกในทันทีเลย แต่อาจจะมีมองคนอื่นก่อนว่ามีใครยกรึยัง แล้วตัวเองค่อยยกน่ะค่ะ

แล้วก็ตอนแนะนำตัว
อาจจะไม่ต่างกันมาก แต่ตินจะพูดชื่อนามสกุลชื่อเล่นติดๆกันไปเลยอะค่ะ
ไม่ "ติน กันตา ไตรังคะค่ะ" ก็ "กันตา ไตรังคะ ตินค่ะ"



แล้วก็อันนี้
"สรุปว่าหินชนิดนี้ตั้งบนม้วนแบงก์ได้ จากนั้นตินมาลองดูว่าหินชนิดนี้จะลอยน้ำหรือจมน้ำดูนะทุกคน"
เราคิดว่าคำว่าจากนั้นมันดูแปลกๆไปหน่อยเหมือนเป็นคำเขียนมากกว่า
อาจจะลองเปลี่ยนเป็นคำอื่น เช่น
"สรุปว่าหินชนิดนี้ตั้งบนม้วนแบงก์ได้ งั้นเดี๋ยวเรามาลองว่าหินชนิดนี้จะลอยหรือจมน้ำกันต่อนะ"


ประมาณนี้ละค่ะ
เอ้ย.. อีกอย่าง เราว่าตินไม่น่าจะพูดคำว่าทุกคนแฮะ
เราว่ามันทำให้ประโยคดูเข้มขึ้น
แต่เราอยากให้ประโยคที่ตินพูดดูสบายๆมากกว่าอะค่ะ
(ความรู้สึกเราล้วนๆเลยเว้ยเฮ้ย sad smile )

#2 By mhaimaiimai on 2010-04-05 22:05

คาแรกเตอร์โบโอเคค่ะ
แต่โบไม่ได้ร่างล่ำเน้อ แค่แขนล่ำเฉยๆจ้ะsad smile